กีฬาเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับทุกคน เพราะถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดี ทั้งในด้านสุขภาพจิตและร่างกายการเล่นกีฬาเป็นการออกกำลังกายที่ดีมากเลยทีเดียว ที่สำคัญส่งเสริมพัฒนาการเด็กและวัยรุ่น การเล่นกีฬาสอนหลายสิ่งหลายอย่าง การให้อภัย เคารพกฎ รู้จักแพ้ รู้จักชนะ มีน้ำใจนักกีฬา ชนะหรือแพ้เราต้องเคารพนักกีฬาด้วยกัน นักกีฬาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ลดความเสี่ยงของปัญหายาเสพติดอย่างมาก วันนี้เราจะพามาดู 10 อันดับกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

ประวัติบาสเกตบอล กติกาบาสเกตบอล

กีฬาบาสเกตบอล นับว่าเป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่เป็นกีฬายอดนิยมของคนไทย มีสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าของการแข่งขันกีฬานี้ อย่างไรก็ดี หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า กีฬาที่มีเอกลักษณ์คือการชู้ตลูกบอลลงห่วง มันมีความเป็นมาอย่างไร ใครเป็นคนคิด วันนี้เรามีคำตอบมาให้ครับ

ประวัติบาสเกตบอล

การถือกำเนิดขึ้นของกีฬาบาสเกตบอลเกิดขึ้นที่เมืองสปริงฟีลด์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ ค.ศ. 1891 (พ.ศ. 2434) โดย ดร.เจมส์ ไนสมิธ อาจารย์พละศึกษาของโรงเรียนคนงานคริสเตียน (ปัจจุบันเป็นวิทยาลัยสปริงฟีลด์) ต้องการให้มีการแข่งขันกีฬาในร่มช่วงฤดูหนาว พร้อมกับกำหนดกติกา 5 ข้อ สำหรับการเล่น 

กติกาบาสเกตบอล

  1. ต้องใช้มือเล่นลูกบอล
  2. แต่ห้ามถือบอลวิ่ง
  3. ผู้เล่นสามารถยืนได้ทุกพื้นที่ของสนาม
  4. ผู้เล่นห้ามปะทะหรือถูกตัวกัน
  5. จะมีห่วงติดตั้งไว้เหนือพื้นสนามกับเส้นเขตสนาม สูงจากพื้นประมาณ 10 ฟุต

 ต่อมา ดร.ไนสมิธ ได้กำหนดหลักการเล่นเพิ่มเติม จำนวน 13 ข้อ ซึ่งกลายเป็นกติกาพื้นฐานของบาสเกตบอลในปัจจุบัน ได้แก่

  1. สามารถโยนลูกบอลไปที่อื่นด้วยมือทั้ง 2 ข้างหรือมือเดียว
  2. สามารถตีลูกบอลได้ทั้งมือเดียวหรือ 2 มือ แต่ห้ามใช้กำปั้นทุบบอล
  3. ห้ามถือลูกบอลวิ่ง
  4. ต้องถือลูกบอลด้วยมือ แขน หรือลำตัว แต่ห้ามดึงลูกบอล
  5. ห้ามดัน ผลัก ฝ่ายตรงข้าม
  6. การกระทำตามข้อ 3-5 ถือว่าเป็นการฟาวล์
  7. หากผู้เล่นทีมเดียวฟาวล์ติดต่อกัน 3 ครั้ง ให้นับคะแนนแก่ฝ่ายตรงข้าม
  8. นับคะแนนเมื่อลูกบอลเข้าห่วงไปแล้ว หรือยังค้างที่ก้านห่วง แต่ถ้าผู้เล่นฝ่ายป้องกันไปสัมผัสหรือกระทบประตูก็นับคะแนนให้เช่นกัน
  9. หากลูกบอลออกนอกสนามให้ส่งบอลเข้ามาเล่นในจุดที่บอลออก
  10. กรรมการผู้ร่วมตัดสิน (Umpire) มีหน้าที่คอยจดบันทึกการฟาวล์ และคอยช่วยผู้ตัดสินในด้านสถิติต่าง ๆ ทำให้ตัดสินได้ถูกต้องมากขึ้น
  11. ผู้ตัดสิน (referee) มีหน้าที่ตัดสินในสนามในจังหวะต่าง ๆ, จับเวลา, ให้คะแนนเมื่อเกิดการทำแต้ม, บันทึกคะแนน ฯลฯ
  12. การแข่งขันแบ่งเป็น 2 ครึ่ง ครึ่งละ 5 คะแนน โดยมีเวลาพักครึ่ง 5 นาที
  13. เมื่อจบการแข่งขัน ฝ่ายใดทำแต้มได้มากกว่าเป็นฝ่ายชนะ แต่ถ้าเสมอกันก็ต้องเล่นต่อจนกว่าจะมีฝ่ายใดทำแต้มได้